ครูปุ๋ยโดนแจ้งความเท็จ โกหกถูกโจรจับตัวเข้าป่า หนีจ่ายหนี้นับล้าน

0
121
views

ไทรัฐออนไลน์

ตร.แม่ฮ่องสอน แถลงคดีครูปุ๋ย สุดท้ายโอละพ่อ กลายเป็นคดีแจ้งความเท็จ เพราะไม่ได้โดนโจรจับตัว แต่หนีหนี้นับล้านที่มีนัดต้องจ่ายวันนั้น ขณะที่ มีผู้เสียหายจากเครือข่ายครูปุ๋ยรวมกว่า 7 ล้าน…

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 26 ก.พ 61 พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ พ.ต.อ.ธนพล บินทปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมกันแถลงข่าว 2 คดีที่เกิดขึ้นในเขต อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

คดีแรก เป็นคดีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาฆ่ากันตายภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยนำผู้ต้องจำนวน 3 คน จากทั้งหมด 11 คน มาแถลงข่าว ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้ก่อเหตุร่วมกันทำร้ายนายแซเหระ อายุ 24 ปี ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาด้วยกันจนเสียชีวิตภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอยบริเวณป๊อก 1 เนื่องจากลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจนายแซแหระ ผู้ตายที่พูดจาข่มขู่และดูหมิ่นขณะร่วมวงนั่งดื่มเหล้าด้วยกันภายในแคมป์ป๊อกที่ 1 จึงพากันรุมทำร้ายจนนายแซแหระเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 25 ก.พ 61 หลังเกิดเหตุผู้ต้องหายังอาศัยอยู่ภายในศูนย์พักพิง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความสงบเรียบรัอยภายในศูนย์พักพิงฯ สามารถรวบตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ได้ภายในวันเดียวโดยผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น

ส่วนคดีที่สอง คดีของ น.ส.รุ่งทิวา จิตรประนอม หรือ ครูปุ๋ย อายุ 29 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ที่ได้หายตัวไปเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.พ 61 โดยแจ้งกับครูด้วยกันว่าจะออกไปรับเงินจำนวนหลักแสนกับสองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ยืมไปและนัดคืนให้ที่ศาลาริมทางถนนสายเลี่ยงเมืองเขตบ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอนก่อนที่จะหายตัวไป และเจอตัวในช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันต่อมาห่างจากศาลาที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.ในสภาพอิดโรยและมีบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งครูปุ๋ยอ้างต่อเจ้าหน้าที่ว่าถูกเจ้าหนี้รวม 3 รายจับกุมตัวไป และสามารถหนีรอดออกมาได้ หลังจากเจ้าหน้าที่นำครูปุ๋ยมาที่โรงพัก แต่ไม่ได้นำตัวมาร่วมแถลงข่าวเนื่องจากผู้ต้องหาไม่ยินยอม จึงใช้บอร์ดรูปภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในคดีของครูปุ๋ยประกอบการแถลงข่าวแทน

พ.ต.อ.ธนพล บินทปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในคดีครูปุ๋ยหายตัว จากแนวทางการสอบสวนพบมีข้อสงสัย และพิรุธหลายอย่างซึ่งไม่สอดคล้องกับคำให้การของครูปุ๋ย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ครูปุ๋ยอ้างว่าถูกคนร้ายจับตัวไป มีพยานและหลักฐานระบุว่าครูปุ๋ยเปิดห้องเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.ปางหมู และไม่มีเงินจ่ายค่าห้องจำนวน 600 บาท ต้องใช้แท็บเล็ตและกระเป๋าดำประกันเอาไว้

ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อว่า ต่อมาหลังเค้นสอบทำให้ครูปุ๋ยยอมรับว่า “ทั้งหมดตนเองกุเรื่องขึ้น เพราะว่าในวันที่เกิดเหตุ เป็นวันที่ตนเองจะต้องนำเงินจำนวนนับล้านบาทไปชำระหนี้ แต่ไม่มีเงินไปชำระจึงสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้เข้าใจว่าตนถูกทำร้าย ส่วนบาดแผลที่มีรอยมีดกรีดตามแขวนทั้งสองข้างก็ทำขึ้นเอง เพื่อให้สมจริง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับครูปุ๋ย และส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการในข้อหาแจ้งความเท็จ

พ.ต.อ.ธนพล กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบว่าเบื้องต้น มีผู้เสียหายกลุ่มเครือข่ายที่ถูกครูปุ๋ยหลอกมาร่วมลงทุนจำนวนทั้งหมด 13 ราย เป็นวงเงินประมาณ 7 ล้านบาท โดยยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการร่วมลงทุนเงินกู้ หรือเป็นการร่วมลงทุนในลักษณะใด แต่เชื่อว่าในเรื่องการระดมทุนนี้ ครูปุ๋ยไม่น่าจะเป็นตัวการใหญ่ เพราะตรวจสอบแล้วเงินไม่มีในมือครูปุ๋ย และเงินน่าจะหายไปอยู่กับผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจจะได้สอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายในคดีนี้ ให้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐานในการพิจารณาคดีกับครูปุ๋ยและผู้ร่วมขบวนการ เพราะจะทำให้สามารถนำสู่ พรก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงได้อีกฐานความผิดด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่ครูปุ๋ยถูกดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จนี้ จะสามารถไปทำการสอนที่โรงเรียนได้หรือไม่ พ.ต.อ.ธนพล กล่าวว่า อยู่ที่ดุลการพินิจของศาล.